คำถามที่พบบ่อย
: 16 รายการ
  • Q
    ถ้าหยุดใช้รถ จะขอคืนเบี้ยประกันภัยได้หรือไม่ ?
    A
    สามารถขอคืนได้ โดยผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งการหยุดใช้รถยนต์มาที่บริษัทฯ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
    1. ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อขอหยุดใช้รถยนต์ การคืนเบี้ยประกันจะเฉลี่ยเป็นรายวัน
    2. จะไม่คืนเบี้ยประกันภัยในกรณีต่อไปนี้
      (1) ระหว่างซ่อมแซม
      (2) หยุดใช้รถยนต์น้อยกว่า 30 วัน 
  • Q
    ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร?
    A
    ค่าเสียหายส่วนแรกมี 2 แบบ คือ
       1. ค่าเสียหายส่วนแรกที่ระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์ (Deductible)
       2. ค่าเสียหายส่วนแรกเมื่อมีการเคลมที่เข้าเงื่อนไข (Excess)

    ค่าเสียหายส่วนแรกที่ระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์ (Deductible)
    เป็นการตกลงยินยอมจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกของค่าเสียหายทั้งหมด ตามความสมัครใจของลูกค้า เพื่อให้ได้ส่วนลดค่าเบี้ยประกัน เหมาะสำหรับลูกค้าที่มั่นใจว่าขับรถอย่างระมัดระวัง ไม่ประมาท การขอรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกไว้เองนี้ จะรับผิดชอบเฉพาะความเสียหายอันเกิดจากความประมาทของผู้ใช้รถหรือผู้ถือกรมธรรม์เท่านั้น
    เช่น ถ้าลูกค้าเลือกที่จะรับค่าเสียหายส่วนแรกไว้เองครั้งละ 5,000 บาท เมื่อมีอุบัติเหตุและมีการเคลมเกิดขึ้น โดยลูกค้าเป็นฝ่ายผิด หรือเป็นฝ่ายถูก แต่ไม่รู้ตัวผู้ต้องรับผิดตามกฎหมาย ลูกค้าต้องจ่ายค่าเสียหาย 5,000 บาท หากค่าซ่อมเกิน 5,000 บาท ทางบริษัทฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบส่วนเกินนั้นเอง แต่หากเป็นอุบัติเหตุที่ลูกค้าเป็นฝ่ายถูก และรู้ตัวผู้ต้องรับผิดตามกฎหมาย ลูกค้าไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท บริษัทฯ จะรับผิดชอบซ่อมรถลูกค้าตามความเสียหายที่เกิดขึ้น

    ค่าเสียหายส่วนแรกเมื่อมีการเคลมที่เข้าเงื่อนไข (Excess)
    เป็นค่าเสียหายที่ผู้ใช้รถหรือผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ต้องรับผิดชอบร่วมกับบริษัทฯ เป็นจำนวน 1,000 บาท กรณีที่การเคลมเข้าเงื่อนไขตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2552 ตัวอย่างเช่น

    1. รถเสียหาย ไม่ได้เกิดจากการชนหรือคว่ำ ได้แก่
    - ความเสียหายจากการมุ่งร้าย ถูกกลั่นแกล้ง เช่น รถถูกคนอื่นทุบทำลาย ขูดขีดเสียหายโดยไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำ วันเวลา และสถานที่ที่รถได้รับความเสียหายได้ชัดเจน
    - ความเสียหายจากการกระทบกับสิ่งของ ทำให้รถได้รับความเสียหายเฉพาะพื้นผิวของสีรถ โดยไม่ทำให้ตัวรถได้รับความเสียหายถึงขนาดบุบ แตกร้าว
    - ไม่สามารถระบุสาเหตุที่ทำให้รถเสียหายได้ชัดเจน ไม่สามารถระบุวันเวลาและสถานที่ ที่รถได้รับความเสียหายได้ชัดเจน

    ซึ่งกรณีนี้ไม่รวมถึงความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ทำให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของตัวรถนอกจากสีรถเสียหายด้วย เช่น ความเสียหายจากภัยน้ำท่วม ลมพายุพัดต้นไม้หรือกิ่งไม้หักมาทับรถ เป็นต้น

    2. รถยนต์คันที่เอาประกันภัยถูกรถคันอื่นเฉี่ยวชน หรือไปเฉี่ยวชนรถคันอื่นได้รับความเสียหาย และผู้เอาประกันภัยไม่สามารถแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ แต่กรณีรถยนต์ชนกับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่รถยนต์ เช่น รั้ว ต้นไม้ สัตว์ ก้อนหิน ฯลฯ ทำให้ตัวรถและหรืออุปกรณ์ได้รับความเสียหาย บุบ แตก ร้าว ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก แต่ต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงลักษณะการเกิดเหตุ วันเวลา และสถานที่อย่างชัดเจน

    การคิดค่าส่วนแรกตามเงื่อนไขนี้ จะคิดตามเหตุการณ์ หากเสียหายมากกว่า 1 ชิ้น ค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องจ่ายคือ 1,000 บาทเท่านั้น
  • Q
    เมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ และเป็นฝ่ายถูก ต้องทำอย่างไรบ้าง ?
    A
    กรณีรถของผู้เอาประกันเป็นฝ่ายถูก
    1. จดทะเบียนรถ ชื่อ ที่อยู่ ของคู่กรณี
    2. จดชื่อ ที่อยู่ ของพยานในที่เกิดเหตุ (ถ้ามี)
    3. หากคู่กรณียอมรับผิด ให้คู่กรณีทำบันทึกยอมรับผิดสั้นๆ แล้วแยกเข้าข้างทาง รอเจ้าหน้าที่สำรวจภัย
    4. หากคู่กรณีไม่ยอมรับผิด ห้ามแยกจากจุดเกิดเหตุ รอจนกว่าเจ้าหน้าที่สำรวจภัยจะไปถึง หรือจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำแผนที่เกิดเหตุ
    5. ห้ามรับข้อเสนอชดใช้ใดๆ จากคู่กรณี หากไม่ได้หารือกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ก่อน
    6. เมื่อเจ้าหน้าที่สำรวจภัยเดินทางถึงที่เกิดเหตุ และปฏิบัติงานเสร็จ จะออกใบเคลมให้ (ใบรายการความเสียหาย)
    7. ผู้เอาประกันสามารถนำใบเคลมติดต่อซ่อมรถได้ที่อู่ซ่อมมาตรฐานของบริษัทฯ กว่า 400 อู่ทั่วประเทศ

    หมายเหตุ : กรณีเป็นประกันภัยประเภท 2, 3 (คุ้มครองเฉพาะความเสียหายของบุคคลภายนอก) บริษัทฯ อาจส่งเจ้าหน้าที่ไปบริการ ส่วนการติดตามและเรียกร้องค่าเสียหาย ผู้เอาประกันจะต้องดำเนินการเอง 
  • Q
    เมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ แล้วเราเป็นฝ่ายผิด จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร?
    A
    กรณีรถของผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด
    1. หากคุณยอมรับผิด สามารถนำรถเข้าข้างทาง เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร
    2. ไม่ควรเซ็นเอกสารใดๆ ให้คู่กรณี รอจนกว่าเจ้าหน้าที่บริษัทจะไปถึง และให้คำแนะนำ
    3. เมื่อเจ้าหน้าที่สำรวจภัยเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ และปฏิบัติงานเสร็จสิ้น จะออกใบเคลมให้ (ใบรายการความเสียหาย)
    4. ผู้เอาประกันสามารถนำใบเคลมติดต่อซ่อมรถได้ที่อู่ซ่อมมาตรฐานของบริษัทฯ กว่า 400 อู่ทั่วประเทศ

    หมายเหตุ : หากเรื่องถึงสถานีตำรวจ และพนักงานสอบสวนมีความเห็นว่า ผู้เอาประกันมีความผิดขับรถโดยประมาทฯ บริษัทฯ จะรับผิดชอบค่าเสียหายทางแพ่งโดยเจรจากับผู้เสียหายแทนคุณ และประกันตัว หากพนักงานสอบสวนแจ้งมา 
  • Q
    เมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ แต่ไม่มีฝ่ายใดยอมรับผิด จะทำอย่างไร?
    A
    กรณีไม่มีฝ่ายใดยอมรับผิด
    1. อย่านำรถออกจากจุดเกิดเหตุ (นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้สั่ง)
    2. จดทะเบียนรถ ชื่อ ที่อยู่ ของคู่กรณี
    3. จดชื่อ ที่อยู่ ของพยานในที่เกิดเหตุ (ถ้ามี)
    4. เมื่อเจ้าหน้าที่สำรวจภัยเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ และปฏิบัติงานเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่สำรวจจะออกใบเคลมให้ (ใบรายการความเสียหาย)
    5. ผู้เอาประกันสามารถนำใบเคลมติดต่อซ่อมรถได้ที่อู่ซ่อมมาตรฐานของบริษัทฯ กว่า 400 อู่ทั่วประเทศ
     
icon